ถึงเวลาพิจารณาความสัมพันธ์ไทย-จีนใหม่ เราไม่สามารถเชื่อประเทศจีนได้อีกต่อไป

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สู่สายตาประชาคมโลกด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น โครงการเส้นทางสายไหม (the Belt and Road Initiative) และ ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB)

สำหรับประเทศไทย ความยิ่งใหญ่ของประเทศจีนนั้น เห็นได้ชัดจากการที่นักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นกลุ่มรายได้หลักของประเทศ การที่สินค้าจากประเทศจีนมีให้เห็นในทุกห้างร้าน และการที่รัฐบาลขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจีนเรื่องการสร้างรถไฟความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กลับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

รัฐบาลจีนประกาศกร้าวว่าจะไม่ยุ่งเรื่องภายในประเทศของรัฐบาลที่ตนร่วมมือด้วย และนั่นเป็นสิ่งดึงดูดที่ทำให้รัฐบาลไทยชุดนี้ ที่เข้ามามีอำนาจได้ด้วยรัฐประหารอยากที่จะร่วมมือกับประเทศจีน แทนที่จะเป็นฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพยุโรปที่พอใจจะร่วมมือกับรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยและนิยมเสรีภาพเท่านั้น และยังเคยคว่ำบาตรประเทศไทยยุค คสช. ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ตอนที่เพิ่งเข้ามามีอำนาจเมื่อ พ.ศ. 2557

ทว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาได้เปิดโปงเจตนาที่แท้จริงของประเทศจีน ความสามารถในการปลุกปั่นองค์กรระดับโลก และกลยุทธ์ทางการทูตที่ทำให้จีนได้ทุกอย่างที่ต้องการ

รัฐบาลจีนไม่ใช่ ‘พี่ชายคนโต’ ที่โอบอ้อมอารีอย่างที่อยากให้โลกเห็น แต่กลับเป็นรัฐบาลเผด็จการที่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งยังมีความกล้าได้กล้าเสียในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีผู้แพ้-ผู้ชนะ

อำนาจใหญ่ที่ไม่น่าเชื่อถือ

ในขณะที่รัฐบาลจีนพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ดูมีความเห็นอกเห็นใจและความห่วงใยในช่วงที่ไวรัสโคโรนากำลังระบาดผ่านการส่งความช่วยเหลือให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก คนในประเทศจีนเองให้ความเห็นว่านั่นเป็นเพียงความพยายามของรัฐบาลที่จะกลบเกลื่อนข่าวด้านลบของทางการจีนจากการระบาดของเชื้อไวรัส

สำนักข่าว Reuters ได้เผยแพร่เอกสารภายในฉบับหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจีนนั้นรู้ดีว่าตนเองไม่ได้รับความนิยมนัก จากรายงานดังกล่าว ความนิยมต่อรัฐบาลจีนตกต่ำที่สุดเมื่อคราวมีเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน รายงานยังเตือนอีกว่าอย่างร้ายที่สุด จะมีสงครามติดอาวุธระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา

ฉะนั้น หากความเห็นอกเห็นใจของประชาคมโลกที่มีต่อจีนลดลง และคะแนนความนิยมที่จีนกำลังสร้างนั้นสะดุด ก็ดูจะสมเหตุสมผลแล้ว

สหรัฐอเมริกาไม่ใช่ประเทศเดียวที่ออกมาตั้งคำถามต่อวิธีการรับมือไวรัสโคโรนาของรัฐบาลจีน ทั้งประเทศฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปต่างก็ออกมาตั้งคำถามในข้อกล่าวหาที่ว่าทางการจีนปกปิดเรื่องการระบาดในช่วงต้น

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอมมานูเอล มาครง กล่าวถึงการรับมือของจีนว่าเป็น “สิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้อะไรเลย”

เลขาธิการฝ่ายการต่างประเทศของอังกฤษ ดอมินิค ราบบ์ ตั้งข้อสงสัยว่าไวรัสจะถูกควบคุมได้เร็วกว่านี้หรือไม่ หากทางการจีนไม่ปกปิดในช่วงแรก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของออสเตรเลีย มารีส เพนน์ กล่าวว่าออสเตรเลียจะทำการสืบสวนในเรื่องนี้

เพนน์ยืนยันว่าออสเตรเลียจะไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการดำเนินการสืบข้อเท็จจริงนี้ แม้ทางการจีนขู่ว่าจะบอยคอตสินค้าและการบริการจากออสเตรเลียหากทางการออสเตรเลียยังยืนยันจะดำเนินการสืบสวน

ทางเยอรมันก็มีการแฉที่เป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก จากการรายงานของบรรณาธิการสำนักข่าว De Bild ที่มีชื่อเสียงในยุโรป

เห็นได้ชัดว่า การที่ทางการจีนปกปิดข้อมูลตัดสินใจปกปิดข้อมูลการระบาดของไวรัสโคโรนาในช่วงต้น มิได้ทำไปเพราะคำนึงถึงสุขอนามัยของประชากรโลก แต่เพราะต้องการจะรักษาหน้าและป้ายความผิดให้กับผู้อื่น

องค์การอนามัยโลก (WHO)

อิทธิพลที่จีนมีต่อองค์การอนามัยโลกผลต่อการวางแผนรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศต่างๆ อย่างมาก

การที่รัฐบาลจีนปฏิเสธที่จะให้ไต้หวันเข้าร่วมกับองค์การอนามัยโลกแม้แต่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่เพียงส่งผลร้ายต่อชีวิตของคนไต้หวัน แต่ยังทำให้ผู้เชี่ยวชาญชาวไต้หวัน ที่ทำงานควบคุมการระบาดของไวรัสได้อย่างดีเยี่ยม ไม่สามารถเผยแพร่ความรู้ในการรับมือให้กับประชาคมโลกได้

และการที่จีนทำแบบนี้ทำให้การสัมภาษณ์ด้านล่างเกิดขึ้น

หลังจากที่การสัมภาษณ์ที่น่าอึดอัดนี้ได้ออนแอร์ออกไป CCTV ซึ่งเป็นสื่อมวลชนของรัฐบาลจีนได้ทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจาก WHO คนเดิม โดยที่ผู้เชี่ยวชาญคนดังกล่าวบอกกับสื่อจีนว่าหากเขาติดเชื้อไวรัสโคโรนา เขาอยากที่จะได้รับการรักษาที่ประเทศจีน

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ อิทธิพลของจีนที่มีต่อองค์การอนามัยโลกอาจเป็นต้นเหตุให้องค์การฯ ไม่สามารถออกคำแนะนำการควบคุมโรค ที่อาจช่วยระงับการระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งนี้ได้

และก็เป็นอิทธิพลของจีนที่ทำให้องค์การอนามัยโลกยื้อเวลาการประกาศว่านี่คือการระบาดครั้งใหญ่ (pandemic)

เมื่อเดือนมกราคม ช่วงต้นของการระบาด WHO ได้ประกาศบนทวีตเตอร์ว่า “เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการระงับการเดินทางระหว่างประเทศใดๆ ที่ไม่จำเป็น ที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการค้า องค์การขอให้ทุกประเทศออกมาตรการตามผลวิจัยที่มีและขอให้สอดคล้องกัน ทางองค์การยินดีที่จะให้คำปรึกษากับประเทศสมาชิกในการพิจารณามาตรการที่ควรปรับใช้”

นี่เป็นอีกครั้ง ที่องค์กรใหญ่ของสหประชาชาติตั้งให้ความต้องการของจีนอยู่เหนือความต้องการด้านสาธารณสุขของประชาคมโลก

จุดยืนของประเทศไทย

การดำเนินงานของทางการจีน ไม่ว่าจะด้านสุขภาพและเศรษฐกิจที่กล่าวข้างต้น ทำให้อิทธิพลที่จีนมีต่อไทยนั้นน่าเป็นห่วง

ก่อนหน้าที่ไวรัสโคโรนาจะระบาด เศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับสินค้าและนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนอย่างมาก การระบาดครั้งนี้ทำให้เรามองเห็นความเสี่ยงของการนำเศรษฐกิจไปผูกกับแหล่งเพียงแหล่งเดียว

หลังจากที่ประเทศจีนสั่งห้ามให้ประชาชนเดินทางนอกออกประเทศเพื่อช่วยลดการระบาดของเชื้อโควิด19 จีดีพีของประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้เอง ใครจะสามารถแน่ใจได้ว่าในอนาคต จีนจะไม่คิดใช้อำนาจทางเศรษฐกิจครอบงำและกดดันรัฐบาลไทย

ทางการจีนดูจะไม่มีปัญหาในการลิดรอนสิทธิ์ของประชาชนจีนเอง และไม่มีปัญหาที่จะใช้อำนาจทางเศรษฐกิจรังแกประเทศที่อำนาจต่อรองน้อยกว่าให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ

และนั่นได้ประจักษ์ชัดในการประชุมอาเซียนหลายครั้ง อิทธิพลของจีนได้กีดกันมิให้กัมพูชาและลาวขัดแข้งขัดขาจีนในเรื่องนโยบายทะเลจีนได้

สำหรับประเทศไทย ทางการจีนได้สร้างปัญหาในประเทศไทยโดยการสร้างเขื่อนกั้นน้ำโขงที่ตอนบน ทำให้เกิดภาวะแล้งในประเทศปลายน้ำ

อีกทั้งสื่อจีนได้แฝงตัวเข้ามาในเครือข่ายสื่อไทยทั้งฝั่งเสรีนิยมและฝั่งอนุรักษนิยม ตั้งแต่ ข่าวสดไปจนถึงเนชั่น พร้อมทั้งสนับสนุนค่าเดินทางให้บรรณาธิการไปทำข่าวที่ประเทศจีน

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังล้มลุกคลุกคลานกับวิกฤติการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา และเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากการที่จีนปิดประเทศ ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่เราจะพิจารณาความสัมพันธ์ที่เรามีกับประเทศจีน

และไม่แน่ นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ถอดบทเรียนจากการที่ประเทศจีนมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าของส่วนรวม และการที่รัฐบาลจีนบอกว่าเราเป็น พี่-น้อง แต่ยังออกนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตความเป็นของเรา และเริ่มถอยพิจารณาถอยห่างจากความสัมพันธ์ที่เราดูเหมือนจะมีแต่เสียนี้

Advertisement -spot_imgspot_img

COVID-19

Thailand discovers 4 new COVID cases in past 24 hours including first locally transmitted case in more than 100 days

Thailand’s government said on Friday that it had discovered four new cases of coronavirus in the last 24 hours in state quarantine...
Advertisement -spot_img
Advertisement -spot_imgspot_img

Latest article