ทัศนะ: การลักพาตัวนายวันเฉลิมกับบทบาทอาเซียนในฐานะประชาคมแห่งเผด็จการ

ชาวอาร์เจนตินาเรียกบุคคลที่มีชะตากรรมแบบนายวันเฉลิมว่า Los Desparecidos หรือแปลเป็นไทยคือ ‘ผู้ที่ถูกบังคับให้สูญหาย’

ในยุคที่เผด็จการ Videla แห่งอาร์เจนตินารุ่งเรืองถึงขีดสุด มีผู้คนจำนวนไม่น้อยกว่า 6,000 คน (บางรายงานว่ามีมากถึง 30,000 คน) ถูกทำให้ ‘สูญหาย’ โดยรัฐบาลเพราะพวกเขามีความเห็นและความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่าง

รายงานเปิดเผยว่าหลายคนที่ถูกจับกุมตัวได้ถูกทรมานในสถานที่รัฐจัดไว้ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงบัวโนไอเรส และเมืองอื่น ๆ ในประเทศก่อนที่จะถูกฆ่าทิ้ง หลายคนถูกโยนลงมาจาก vuelos de la muerte หรือ เที่ยวบินมรณะขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยเบื้องล่างคือมหาสมุทรแอตแลนติกหรือป่าทึบทำให้ศพไม่สามารถถูกพบได้

ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นยังคอยรบกวนจิตใจชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันยังมีการเดินขบวนรำลึกถึงเหตุการณ์ และมีการเรียกร้องให้มีการสืบสวนเรื่องนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง

ทว่า รัฐบาลที่นำโดย Videla มิได้กระทำการกำจัดกลุ่มคนเห็นต่างเพียงลำพัง แต่เป็นการดำเนินการกำจัดฝ่ายซ้ายที่เห็นต่างผ่านความร่วมมือระหว่างผู้นำเผด็จการในแต่ละประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ที่ได้รับการหนุนหลังจากนโยบายต่างประเทศของนาย Henry Kissinger แห่งสหรัฐอเมริกา

ความร่วมมือนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม ปฏิบัติการคอนดอร์ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่แต่ละรัฐร่วมมือกันปิดหูปิดตาให้มีการลักพาตัวและการลอบสังหารผู้ที่มีความเห็นต่างได้โดยปริยาย

ประชาคมอาเซียน

ประเทศอาร์เจนตินาไม่ใช่ประเทศเดียวที่คำว่า Los Desparecidos มีนัยที่สำคัญทางการเมือง ประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างฟิลิปปินส์ก็ใช้คำเดียวกันเรียกผู้เห็นต่างที่ถูกลักพาตัวและฆ่าทิ้งโดยผู้นำเผด็จการ Ferdinand Marcos

เฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์เคยร่วมมือกับประเทศอื่นในภูมิภาคในการกำจัดกลุ่มคนที่เห็นต่างทางการเมือง

ความร่วมมือครั้งนั้นได้รับการหนุนหลังจากนาย Henry Kissinger คนเดิม นาย Marcos ใช้วิธีเผยแพร่ข่าวกรองเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายซ้ายที่เป็นภัยต่อระบอบเผด็จการให้กับผู้นำเผด็จการคนอื่น ๆ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น Suharto เผด็จการแห่งอินโดนีเซีย, Lee Kuan Yew ของสิงคโปร์, หรือแม้แต่เผด็จการทหารไทยในยุคนั้น ต่างได้รับผลประโยชน์จากระบบการส่งผ่านข่าวกรอง และการช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งสิ้น

ในเวลาต่อมา ความร่วมมือในครั้งนั้นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน โดยยึดหลัก ‘ความร่วมมือในภูมิภาค’ โดย ‘ปราศจากการแทรกแซงกิจการภายใน’ เป็นพื้นฐาน

ความร่วมมือแบบปราศจากการแทรกแซงกิจการภายใน

สำหรับประเทศสมาชิกชุดแรกเริ่มของประชาคมอาเซียน ความร่วมมือที่ปราศจากการแทรกแซงกิจการภายในนั้นมีนัยที่สำคัญยิ่ง เพราะนั่นหมายความว่าแต่ละประเทศสามารถดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนที่เห็นต่างในประเทศของตนได้โดยมิต้องเกรงกลัวว่าจะถูกวิจารณ์จากประเทศเพื่อนบ้าน

และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เผด็จการของแต่ละประเทศในยุค 70s และ 80s เข้ากันได้ดี และเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่มีประเทศไหนวิจารณ์ผู้ที่มารับช่วงต่อจากนาย Ne Win เผด็จการแห่งเมียนมาร์ (ที่เข้าร่วมประชาคมพร้อมลาวในปี 1970) เลย แม้ว่าในขณะนั้น เมียนมาร์กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยแล้ว

ทว่า อนุมาตราว่าด้วยการไม่ให้มีการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกอื่นกลับไม่ได้ห้ามให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง ประเทศสมาชิกของประชาคมอาเซียนมีอิสระในการตัดสินใจที่จะร่วมมือติดตามและรายงานสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยทางการเมืองให้กันและกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวม้งที่ลี้หนีจาก สปป. ลาวมาประเทศไทย หรือชาวมุสลิมที่ลี้ภัยจากทางใต้ของฟิลิปปินส์ไปอินโดนีเซียหรือมาเลเซีย

ความร่วมมือในรูปแบบนี้ประจักษ์ชัดอีกครั้งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่ลี้ภัยไปที่ประเทศกัมพูชา นายวันเฉลิมถูกอุ้มหายไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นายวันเฉลิมเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมชาวไทย 13 คนที่ลี้ภัยทางการเมืองไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และถูกทำให้สูญหายโดยกลุ่มคนที่ยังไม่ได้คำตอบว่าเป็นใคร โดยกรณีแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553

ทั้งนี้ มีข้อสมมุติติฐานที่เป็นไปได้ว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยของรัฐไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายของนายวันเฉลิม แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะปฏิบัติการอุกอาจแบบนี้ได้โดยที่รัฐบาลกัมพูชาที่นำโดยนาย Hun Sen จะไม่รับรู้อะไรเลย

นี่เป็นอีกครั้งที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยเดิม และเป็นอีกครั้งที่การดำรงอยู่ของประชาคมอาเซียน รวมไปถึงจุดประสงค์ของประชาคมควรได้รับการตั้งคำถามอีกครั้ง

ผู้แปล Salisa Traipipitsiriwat

Advertisement -spot_imgspot_img

COVID-19

Thailand discovers 4 new COVID cases in past 24 hours including first locally transmitted case in more than 100 days

Thailand’s government said on Friday that it had discovered four new cases of coronavirus in the last 24 hours in state quarantine...
Advertisement -spot_img
Advertisement -spot_imgspot_img

Latest article