การล่วงละเมิดทางเพศเป็นความอัปยศ และเราต้องไม่ทนอีกต่อไป

เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว คลิปวิดีโอที่ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนหญิงได้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวทั่วประเทศ ทำให้มีประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้ผู้อำนวยวัย 59 ปีคนนี้ถูกไล่ออกและถูกจำคุก

นั่นคือบทลงโทษที่เราหวังจะได้เห็นในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ในกรณีนี้ มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

หลังจากที่นายณรงค์วิทย์ พาคำ ผอ.ผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศให้คำรับสารภาพกับตำรวจ เขาได้รับการประกันและปล่อยตัวไปในวันเดียวกัน

เริ่มแรก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีคำสั่งให้แต่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหากอ้างอิงจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ผู้อำนวยคนนี้จะต้องถูกไล่ออกหากมีความผิดจริง

แต่ทว่าในท้ายสุด เรื่องนี้ก็ถูกกวาดเข้าใต้พรม

การที่เรื่องจบแบบนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดมากนักสำหรับคนไทย

การกระทำอนาจารที่กระทำโดยผู้มีอิทธิพล น้อยครั้งนัก ที่เหยื่อจะได้รับความยุติธรรมหรือที่ผู้กระทำผิดจะได้รับการลงโทษ

ความอยุติธรรมกลายเป็นเรื่องปกติ หลายคนทำได้เพียงส่ายหัวให้กับมัน

แต่การที่เรายอมจำนนและปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำนั้น เป็นการบ่งบอกว่าสังคมเรานั้นเป็นเช่นไรได้อย่างดี เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่เพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของเหยื่อที่โดนกระทำ สังคมที่สนับสนุนให้ผู้มีอำนาจสามารถล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่นได้โดยไม่ต้องได้รับการลงโทษ และสังคมที่ไม่เดินไปข้างหน้าเพราะมีความไม่เท่าเทียมและการกดขี่กีดขวางทางอยู่

และหากพูดกันตามตรง เราทุกคนควรละอายใจ

เราควรละอายใจและถามตัวเราเองว่า นี่คือสังคมที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่ และส่งต่อให้ลูกหลานของเราจริงๆ หรือไม่

จะต้องมีเหยื่ออีกกี่คนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ได้รับความยุติธรรม คนผิดลอยนวล โดยสิ่งที่เราทำได้มีเพียงการยอมปล่อยให้มันเป็นไป

เมื่อไหร่กันที่พวกเราทุกคนจะรู้สึกปลอดภัย

สิ่งที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอาชญากรรมใดๆ คือวัฒนธรรมการปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ที่ไม่เพียงปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยตัว แต่การไม่มีบทลงโทษเช่นนี้ เป็นการสนับสนุนทางอ้อมว่าพวกเขาสามารถกระทำความผิดต่อไปได้เพียงแค่มีอำนาจ

วัฒนธรรมลอยนวลในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีการล่วงละเมิดทางเพศ นั่นเป็นใบเปิดทางให้ ‘ผู้ล่า’ ได้ใจ เพราะไม่มีอะไรจะมาลงโทษพวกเขาได้

และหลายครั้ง ความไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีก็แสดงอยู่บนใบหน้าของผู้กระทำผิด

ตอนที่ผู้สื่อข่าวไทยรัฐไปที่บ้านของนายณรงค์วิทย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหา เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และอ้างว่าสายตาสั้นเลยต้องเข้าใกล้นักเรียน

นายณรงค์วิทย์ยังกล่าวโดยไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ บนใบหน้าว่าเขาจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้และจะฟ้องคนที่สร้างข่าวลือนี้ขึ้นมากล่าวหาเขาด้วย

และสิ่งที่แย่กว่าการปล่อยให้คนผิดลอยนวลคือการโยนความอับอายให้แก่ผู้ถูกกระทำ

เหยื่อ โดยเฉพาะผู้หญิง ต้องใช้ชีวิตต่อพร้อมกับความอับอายจากอาชญากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ สิ่งที่ตัวเหยื่อเองควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ควรเป็นความอัปยศอดสูของผู้กระทำผิดกลับกลายเป็นผู้ถูกกระทำเองที่ต้องมาแบกรับ

ผู้ถูกกระทำต้องจมอยู่กับความสงสัยไปตลอดว่าเหตุใดสิ่งนี้จึงต้องเกิดขึ้นกับเขา หรือทำไมชีวิตและร่างกายของเขาจึงมีความหมายเพียงน้อยนิดจนทำให้คนที่ทำร้ายเขาสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไร้ความผิดและความกังวล

ผลสำรวจเมื่อปีที่แล้วโดยบริษัทวิจัย YouGov รายงานว่าหนึ่งในห้าของคนไทยมีประสบการณ์โดนล่วงละเมิดทางเพศและจากข้อมูลของสหประชาชาติพบว่าเกือบ 90% ของคดีข่มขืนไม่ได้ถูกรายงาน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศโดยสนับสนุนให้ผู้หญิงออกมาแจ้งความและสัญญาว่าจะคุ้มครองผู้ที่ออกมาแสดงตน

นี่เป็นเส้นทางที่ถูกต้องที่เราควรเดิน แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาที่หยั่งรากลึกนี้ เราจะต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดในการตรวจสอบผู้มีอำนาจ และการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ

และนั่นเริ่มต้นได้ด้วยการหยุดเพิกเฉย และการหาข้ออ้างให้ความอยุติธรรมเหล่านี้ดำเนินต่อไปได้ การล่วงละเมิดทางเพศเป็นอาชญากรรม ไม่ว่าจะในบริบทไหนหรือไม่ว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง

ตามจริงแล้ว ความยุติธรรมไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ได้มายากเกินไปสำหรับประเทศไทย เมืองพุทธที่คนดีควรได้ดีและคนชั่วควรได้ชั่ว

หรือว่านั่นจะเป็นเพียงแค่คำลวงหลอก

ผู้เขียน Pear Maneechote

ผู้แปล Salisa Traipipitsiriwat

Advertisement -spot_imgspot_img

COVID-19

Thailand discovers 4 new COVID cases in past 24 hours including first locally transmitted case in more than 100 days

Thailand’s government said on Friday that it had discovered four new cases of coronavirus in the last 24 hours in state quarantine...
Advertisement -spot_img
Advertisement -spot_imgspot_img

Latest article